Last Match
Thai League 4
4 : 2
สมุทรปราการ vs เกร็กคู สายไหม
16.00 น. Saturday 25/8/2018
สนามกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ (กกท.บางพลี)
Next Match

Samutprakan FC on Instagram

ฟอร์มการเล่น 2018

ถอดรหัสว่าที่รองแชมป์ภาคกลางตะวันออก 2015

18/8/2015

ก่อนจะเริ่มเรื่องราวในบทนี้ สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ ขอแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่าน ในเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ร่วมถึงขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่านจงปลอดภัยโดยเร็ว ...


ตัดกลับมาที่เรื่องของเรา เรื่องของเกมลูกหนัง โดยเฉพาะกับโฟกัสของเราแน่นอนว่านั่นคือในลีกน้องเล็ก ด.2 โซนภาคกลางตะวันออก ที่เข็มข้นจงหนัก และงวดใกล้จุดไคลแม็กซ์เต็มทน กับ 6 นัดโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่สำคัญอย่างจงหนักสำหรับทีมที่ยังหวังลุ้นไปสู่พื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2015 นี้

ว่ากันว่าหากทีมไหนหวังไกลถึงการไปสู่พื้นที่บนยอดสุดของตาราง จะต้องอาศัยปัจจัยหลายองค์ประกอบที่ดีสอดประสานกันทั้งใน และนอกสนาม สิ่งนั่นจะช่วยยกระดับทีมขึ้นมาเป็นกลุ่มนำได้ แต่หากขาดซึ่ง “มาตรฐาน” และ “ความสม่ำเสมอ” ไปแล้วนั้น แม้ต่อให้ทีมนั้นมีตัวผู้เล่นระดับ “คุณภาพ” มากมายสักเท่าไหร่ก็ตาม ก็ถือว่ายากอย่างมากในการปีนป่ายไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ

“มาตรฐาน” และ “ความสม่ำเสมอ” ที่กล่าวขึ้นมานั้นสลักสำคัญมากมายแค่ไหน บทนี้จะเจาะลงรายละเอียดอย่างลึกซึ้งว่าด้วยเรื่องสถิติแบบเพียวๆ ที่จะตอกย้ำว่า ประเด็นที่ว่านี่สำคัญมากเพียงใด โดยเฉพาะผลงานในเกมนัดเหย้า และเยือน ที่อาจพอถอดรหัสได้ว่า ทีมใดมีลุ้นไปเตะต่อในปีนี้…

มามองกันที่อันดับตารางคะแนน ณ เวลานี้ โดยขออนุญาตตัด ระยอง เอฟซี ออกจากสารบบเหตุจากความยอดเยี่ยมที่เกินทีมร่วมโซนจะต่อกรได้ และคงไม่มีเหตุอันใดที่ฉุด “ม้านิลมังกร” ไปจากเส้นทางสู่แชมป์ภาคกลางตะวันออก ประจำฤดูกาล 2015 ได้อย่างแน่นอนแล้ว

ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่เพียงว่า แชมป์จะเดินทางไปสู่อ้อมอกของชาวเมืองระยอง ในนัดไหนเท่านั้นเอง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับ “ว่าที่แชมป์” ของโซนเรา และขอซูฮกในมันสมองของ “โค้ชชู” ชูศักดิ์ ศรีภูมิ ที่ยังคงเดินหน้าทำสถิติคุมทีมไหน ทีมนั้นลิ่วรอบ ชปล. ได้เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน (กำลังแหย่ขาเข้าสู่สมัยที่ 6 เร็ววันนี้)

กลับมาว่าที่ผู้ตามที่เหลือเพียงอีก 1 ที่ว่างเพื่อตีตั๋วไปรอบ ชปล. ณ เวลานี้ (จบนัดที่ 20) มีทีมใดที่พอจะลุ้นได้บ้าง คงไล่เรียงได้ตามนี้ ปราจีน ยูไนเต็ด (อันดับ 2, 37 แต้ม), ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี (อันดับ 3, 36 แต้ม), จันทบุรี เอฟซี (อันดับ 4, 33 แต้ม), แก่งคอย ทีอาร์ยู (อันดับ 5, 32 แต้ม) และ สมุทรปราการ สองสิงห์ เอฟซี (อันดับ 6, 32 แต้ม) ส่วนทีมอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ก็อย่าเคืองกันเนื่องจากแม้ว่ากันตามทฤษฏียังมี “โอกาส” ทว่าในทาง “ปฏิบัติ” ยังยากเกินไป จึงขอละไว้เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

จะเห็นได้ว่าผู้ตามทั้ง 5 ทีมนั้นคะแนนไม่ได้ทิ้งกันมากมายนัก นั่นก็ยิ่งชี้ชัดความเข้มข้นที่จะเกิดในอีก 6 แมตช์ต่อจากนี้อย่างไร้ข้อสงสัย “โอกาส” ทีมไหนมีมากที่สุด แน่นอนตามหลักคณิตศาสตร์ทีมที่มีคะแนนมากที่สุดย่อมได้เปรียบ อย่างไรก็ดีด้วยโปรแกรมที่แต่ละทีมจะพบเจอแตกต่างกันไป ก็คงตอบยากที่ทีมไหนจะขึ้นแท่นรองแชมป์ในนัดส่งท้ายฤดูกาล

แต่อย่างไรก็ดี การที่เรามาย้อนดูอดีตที่เคยเกิดขึ้นในโซนบูรพา ก็พอจะเป็นตัวชี้วัดเลาๆ ได้ว่าทีมไหนพอมีหวังอยู่บ้าง ดูจากอะไร ก็อย่างที่ได้เกริ่นไว้ในย่อแรกๆ ว่า “มาตรฐาน” และ “ความสม่ำเสมอ” นั่นคือปัจจัยหลักสู่ความสำเร็จ ซึ่งในที่นี่หมายถึงเกมเหย้า และ เยือน ที่ต้องไม่แตกต่างเกินไปนัก

มาไล่ดูตั้งแต่ปี 2009 ปีที่เราเคยก้าวไปสู่ความสำเร็จ ครั้งแรก และครั้งเดียวในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร โดยคัดเพียง 1 ทีมจากแต่ละภาค (5 ภาค) ไปชิงชัยในรอบมินิลีก ซึ่งครั้งนั้นสถิติบอกเราว่า “ป้อมปราการ” มีดีทั้งเหย้า และเยือน เห็นได้ชัดจากสถิติความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นตลอดฤดูกาลที่ 2 นัดเท่านั้น แตกต่างจากอันดับ 2 อยุธยา เอฟซี ที่พลาดตั๋วในนัดสุดท้าย หลังบุกไปแบ่งแต้ม สิงห์บุรี เอฟซี 1-1 ส่งผลให้แม้ตลอดฤดูกาล “นักรบกรุงเก่า” ที่มีสถิติเกมเหย้าดีกว่า ก็ต้องน้ำตาตกในหลังทำผลงานในเกมเยือนตลอดปีได้ไม่ “สม่ำเสมอ” นั่นเอง

ในปี 2010 ระบบ ชปล. ปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยนำเอา แชมป์ และรองแชมป์ จากแต่ละภาคไปสู่รอบ ชปล. ซึ่งปีนี้ สระบุรี เอฟซี เข้าป้ายแชมป์แบบไม่เหนื่อยนัก มีผลงานมาตรฐานตลอดปีนั้น (โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดว่าเกมเยือนที่เก็บชัยชนะได้ถึง 10 จาก 15 นัดที่ลงสนาม) นั่นก็ยิ่งการันตีแบบไร้ข้อสงสัย

ส่วนในตำแหน่งรองแชมป์ในปีนั้น คือ "ป้อมปราการ" ที่เฉือนเข้าเส้นอีกครั้งในปีถัดมา หลังเบียด ระยอง เอฟซี แบบเหนื่อยๆ โดยมาตรฐานที่ถูกหยิบขึ้นมาตั้งข้อสังเกตคือเกมเยือนที่ตลอดปีทีมรักษาสถิติไร้พ่ายแบบน่าปรบมือ แตกต่างจาก ระยอง เอฟซี ที่มีผลงานดีที่สุดยามลงเล่นนัดเหย้า (ยอดเยี่ยมกว่า สระบุรี เอฟซี) ด้วยผลงานชนะถึง 11 เสมอ 4 ไร้พ่าย ถึงกระนั้นก็ไม่พอต่อการเข้าป้าย หลังเกมเยือนผลงานสวนทาง ชนะเพียง 5 จาก 15 นัดเท่านั้น...

ปี 2011 ยิ่งชี้ชัดว่า “มาตรฐาน” และ “ความสม่ำเสมอ” ทั้งเกมเหย้า และเยือน ของ 2 ทีมนำยอดเยี่ยมที่สุดในโซน ไม่ว่าจะเป็น ราชบุรี เอฟซี และระยอง เอฟซี (ปีนั้นยกระดับเกมเยือนขึ้นมาผิดหูผิดตา ชนะถึง 10 จาก 15 นัดที่ลงสนาม) ส่งผลให้เข้ารอบ ชปล. แบบคะแนนทิ้งห่างที่ 3 (สมุทรสาคร เอฟซี) ที่แม้จะมีผลงานดีทั้งเหย้า และเยือน แต่ยังไม่สามารถเทียบเคียง 2 ทีมนำได้

ปี 2012 มีการปรับในการหาทีมไปสู่ รอบ ชปล. เล็กน้อย เมื่อมีการจัดเอาอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 2 ทีมแรกลิ่วไปรอบ ชปล. ส่วนที่ 3 ที่ดีที่สุดลำดับที่ 3 ไป เพลย์ออฟกับที่ 2 โซนภาคใต้ ปีนี้ถือว่ามีทีมร่วมโซนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน (ทั้งสิ้น 18 ทีม) เช่นกันที่ในขวบปีนั้นทีมที่สมหวัง (อยุธยา เอฟซี, ระยอง เอฟซี) ก็ล้วนแต่รักษาผลงานทั้งเหย้า-เยือนได้อย่างยอดเยี่ยม (ชนะเกมเยือนถึง 10 นัด) เป็นอีกปีที่นำแบบม้วนเดียวจบ โดยมีที่ 3 ที่ดีที่สุดที่ได้ไปรอบ ชปล. ด้วยอย่าง ตราด เอฟซี ที่อาจไม่ได้มีเกมเยือนที่เด่นนัก แต่ก็แพ้เพียง 2 นัด (เทียบเท่ากับรองแชมป์)

ปี 2013 มีการกระจายทีมสู่โซนใหม่ (ตะวันตก) เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยในโซนตะวันออก เหลือเพียง 14 ทีม โดยในปีนี้ ลูกอีสาน การบินไทย (ปากช่อง ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา) และ นครนายก เอฟซี ในยุคภายใต้การบริหารงานจากเมืองทอง ยูไนเต็ด ลิ่วรอบ ชปล. โดยสถิติในปีนั้นยังคงทำงานเคร่งครัด 2 ทีมที่มีเกมเยือนดีกว่าทีมใดๆ ก็เข้าป้ายตามระเบียบอีกครั้ง

และในปีที่ผ่านมานับว่าการแข่งขันในโซนบนสูสีอย่างมาก และชี้วัดด้วยการตัดแต้มฐานวอร์คเอาท์ที่อาจไม่ยุติธรรมนักสำหรับ ระยอง เอฟซี แต่ถึงกระนั้นสถิติยังคงทำหน้าที่ของมันเช่นเดิม เพราะทีมที่รักษามาตรฐานได้ตลอดรอดฝั่ง ชัดเจนยิ่งโดยเฉพาะกับผลงานเกมเยือนของ ปราจีน ยูไนเต็ด (ไร้พ่ายตลอดฤดูกาล), นย. มาบตาพุด ที่ถูกค่อนขอดว่าไม่สมควรผ่านไปถึงรอบ ชปล. (แต่ก็ชนะเกมเยือนมากที่สุดในลีก) ต่างจาก ระยอง เอฟซี ที่แม้เด่นสุดยามลงเล่นในถิ่น แต่เมื่อใดที่ออกนอกรังผลงานก็ดร็อปลงทันที

ที่กล่าวอ้างเชิงสถิติต่างๆ ขึ้นมานั้นก็เพื่อชี้ว่า แนวโน้มทีมที่จะได้ไปรอบ ชปล. ในปี 2015 ในฐานะรองแชมป์ มีทีมใดที่ยังอยู่ในข่ายบ้าง... ชัดเจนสุดคือ ปราจีน ยูไนเต็ด ที่เยือนดีที่สุดในเวลานี้หากนับเฉพาที่ 2 ลงมา มีภาษีดีที่สุด หากเรื่องราวในอดีตจะชี้ถึงสภาพในปัจจุบันได้ประมาณหนึ่ง ก็พอบอกได้ว่า “แชมป์เก่า” มีโอกาส “งาม” ที่สุดในเวลานี้

ด้าน “ปลากัดนักสู้” แม้ไม่มีใครสงสัยในความแกร่งยามลงเล่นในบ้าน อย่างไรก็ดีเกมเยือนยังเป็นคำถาม เฉพาะอย่างยิ่งกับโปรแกรม 6 นัดสุดท้าย ดูจะเป็นบททดสอบสำคัญที่จะต้องเยือนถึง 4 เกม หากผลงานนัดเยือนกระเตื้อง “โอกาส” ฝันไกลไป ชปล. ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน

ส่วนผู้ตามที่เหลือทั้ง จันทบุรี เอฟซี, แก่งคอย ทีอาร์ยู, สมุทรปราการ สองสิงห์ เอฟซี ไม่มีอะไรมาก แค่หากหวังจะไป ก็ต้อง “ชนะ” ในทุกนัดหลังจากนี้ เพราะหากทำได้ ก็จะเข้าเงื่อนไขว่าด้วยเรื่อง “มาตรฐาน” และ “ความสม่ำเสมอ” ทั้งเกมเหย้า และเยือน และจากนั้นต้องรอแช่งคู่แข่งโดยตรงให้ผิดพลาดบ้าง หากบิดผิดรูปจากที่กล่าวมาแค่เล็กน้อย อาจส่งทีมผิดหวังอีกปี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสถิติ และข้อมูลที่กล่าวอ้างขึ้นมา อาจไม่สามารถชี้ผลของทีมที่ 2 ในปีนี้ ไม่แน่ว่าอาจเป็นทีมที่เหย้า-เยือนไร้ซึ่งสมดุลที่สุดในรอบหลายปีที่กรุยทางสู่รอบแชมเปี้ยนส์ ลีก หรืออาจจะยิ่งกว่านั้นโดยเฉพาะทีมที่ไม่ได้กล่าวถึง อาจมาแรงแซงทุกโค้งเข้าวินที่ 2 ประจำปีนี้ก็เป็นได้...

 

Official Sponsors

สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ 26/1 ถ.เทศบาล 12 ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0115556013411

Samutprakan Football Club 26/1, Thetsaban 12 Rd, Paknam, Mueang Samutprakan, Samutprakan 10270 Thailand
Tel/Fax 02 702 9840 / 086 0610 666, 086 366 9191, 086 520 6602, 081 5566 111

Email admin@samutprakanfc.com GPS 13.59717, 100.60145

กลับสู่ด้านบนBack to the TopTerms of Service & Privacy PolicyColophon