Last Match
Thai League 4
4 : 1
เจแอล เชียงใหม่ vs สมุทรปราการ
18.00 น. Saturday 30/9/2017
สนามเทศบาลนครเชียงใหม่
Next Match

Samutprakan FC on Instagram

ฟอร์มการเล่น 2017

FOOTBALL UNTOLD : แคเมอรูน หัวใจไทย อิริค ฟอนแซม

11/4/2017

จากดาวรุ่งชุดยู 17 ที่มีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง Nicolas Nkoulou, Sébastien Siani, Georges Mandjeck ฯลฯ ที่เป็นตัวทีมชาติชุดปัจจุบัน ถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นยอดผู้รักษาประตูของประเทศ ที่เลือกตัดสินใจล่าฝันในอีกครึ่งซีกโลก เติบโตมาพร้อมๆ กับยุคใหม่วงการไทย เปิดมุมมองต่างๆ ของคนต่างแดนที่ไม่รู้แม้กระทั่งภาษา ค่าแรงแรกเข้า 200 บาท, เดินนับสิบกิโลเพื่อไปซ้อม, มิตรภาพดีๆ ที่ได้รับจากคนไทย ฯลฯ และเขาคือ“แคเมอรูน หัวใจไทย” อิริค ฟอนแซม

 

อิริค ฟอนแซม ก็เหมือนเด็กจากกาฬทวีปทั่วๆ ไป ที่ต้องปากกัด ตีนถีบ เพื่อหนีความแร้นแค้นในประเทศ และเขาก็ใช้ใบเบิกทางคือ “ฟุตบอล” ที่เขามีดีกรีถึงเยาวชนทีมชาติ นำพาชีวิตเขาก้าวออกจากดินแดนบ้านเกิด เดินทางมาอีกครึ่งโลก เพื่อมาค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และนี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตพเนจรของหนุ่มเลือดแอฟริกันรายนี้

“เริ่มแรกเล่นที่ดูไบ ก่อนมีเอเยนต์ติดต่อไปเล่นต่อที่ประเทศมาเลเซีย ที่นี่ผมเล่นอยู่ราว 2 ปี แต่ผมเข้ามาในช่วงที่เขาเปลี่ยนผ่านระบบ และกฎตัวผู้เล่นต่างชาติ โดยมีการลดโควตาต่างชาติน้อยลง ทำให้โอกาสการเล่นของตัวผมเองก็ลดลงไปด้วย ก็มีข้อเสนอมาว่าให้เราไปสอนอะคาเดมี่แทนเอาไหม? พอดีช่วงนั้นเราเองอายุยังน้อยมาก เรายังมีฝัน ทำให้ตัดสินใจหาทีมใหม่เล่น พอดีเพื่อนแนะนำให้ลองมาเล่นฟุตบอลที่ประเทศไทย ดูสิ เพราะมาเลเซีย กับ ไทยก็อยู่ติดกัน เราเลยตัดสินใจมาที่ประเทศไทย”

สมัยเฝ้าเสาให้กับ มาบตาพุด นาวิกโยธิน

และนั่นทำให้เขาได้ก้าวสู่ บ้านหลังที่ 2 ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ยาวนานมากๆ ซึ่งเขาเข้ามาพร้อมๆ กับระบบลีกอาชีพของวงการฟุตบอลไทย ที่ก้าวสู่ยุคใหม่ในเวลานั้น พอดิบพอดี โดยเขาเล่าว่าช่วงชีวิตแรกเริ่มในไทยไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเจอกับอุปสรรคมากมาย อย่างไรก็ตามเขาได้รับ “น้ำใจ” ดีๆ จากคนไทย ที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนไม่ได้โดดเดี่ยวมากนัก

“ผมได้เห็น ได้เข้ามาคลุกคลีกับวงการฟุตบอลไทยมาตั้งแต่เริ่มต้น (2009) ซึ่งฟุตบอลไทยมันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นะ ผมมาครั้งแรกเล่นกับ ราชบุรี ได้เงินวันละ 200 บาท แต่ละวันผมต้องเดินไปซ้อมวันละประมาณ 10 กิโล ถามว่าลำบากไหม ก็ลำบาก เพราะเราไม่รู้จักใคร พูดไทยก็ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเราได้น้ำใจดีๆ จากคนที่นี่ ผมได้เพื่อนใหม่ที่ร้านอินเตอร์เน็ต ที่ให้มอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ เก่าๆ มาให้ขี่ซ้อม หลังจากนั้นเราก็อาศัยเจ้ารถคันนี้แหละที่ไปไหนมาไหน แต่ว่ามันก็เสียบ้าง ซ่อมบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นกับผม คนที่นี่มีน้ำใจ และรักฟุตบอล เขาเห็นเราลำบาก เขาก็สงสารบางทีก็หาข้าวให้เรากินก็มี”

“สมัยที่ผมยังอยู่ราชบุรี ถือว่าเราเป็นต่างชาติยุคบุกเบิกก็ว่าได้ แทบยังไม่มีต่างชาติเข้ามาเล่นมากอย่างทุกวันนี้ ทุกวันที่ผมเข้าเซเว่นหาข้าวกิน ผมไม่สามารถสื่อสารกับใครได้เลย ผมไปทุกวัน แต่ไม่มีใครอยากคุยกับผม พอเข้าเซเว่นปุ๊ปใครๆ ก็พากันเดินหนีหมด หรืออย่างเราเข้าร้านข้าว เราก็สั่งได้แต่ rice กับ chicken ทุกวันเราก็กินอยู่แต่ข้าวกับไก่ทอด เขาเห็นเรามาถึงหน้าร้านเขาทำให้แล้ว เราก็อยากเปลี่ยนกินอย่างอื่นบ้าง อีกอย่างเรากินอย่างนี้เรารู้สึกเราขาดทุนด้วย เราก็เลยคิดว่าเราอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ เราต้องพยายามพูดภาษาไทยให้ได้ มันไม่ยากหรอก”

ลีลาการเซฟของ อิริค ฟอนแซม ที่ไม่ธรรมดาทีเดียว

นอกจากการปรับตัวกับประเทศใหม่ที่เป็นไปอย่างยากลำบากแล้ว อิริค ยังต้องพยายามเรียนภาษาไทยด้วยตนเอง โดยเขาเล่าว่าใช้เวลาถึง 2 ปีกว่าที่จะเข้าใจ และสามารถสื่อสารกับเจ้าของภาษาโดไม่ติดขัด

“เราเริ่มจากเรียนคำศัพท์การทักทายง่ายๆ กับเพื่อนร่วมทีม อันนี้เรียกว่าอะไร อย่างนี้คืออะไร ซึ่งคนรอบข้างก็ช่วยๆ กันสอนไป ซึ่งว่าจะรู้เรื่อง กว่าจะสื่อสารได้อย่างทุกวันนี้ผมใช้เวลาอยู่ถึง 2 ปี ทุกวันนี้ก็ยังมีพุดผิดพูดถูกอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มรู้ทันทั้งหมดแล้วว่าอะไรคืออะไร”

“ซึ่งข้อดีของการเรียนภาษากับคนรอบข้างคือ ทำให้เรารู้ว่าใครชอบ หรือ ไม่ชอบอะไร และนิสัยใจคอของแต่ละคนเป็นอย่างไรด้วย”

เขาใช้ชีวิตในไทยมายาวนาน จนคล้ายว่าที่นี่คือบ้านหลังที่ 2 เล่าต่อว่าช่วงชีวิตที่ไทย แม้อาจเริ่มต้นอย่างยากลำบาก แต่เมื่อเขาปรับตัวได้ ก็ได้โอกาสดีๆ ในการเล่นกับสโมสรดีๆ หลายๆ แห่ง และเขาได้รู้จักกับ “โค้ชเบื้อก” ธนบูรณ์ คณะโต ที่ให้โอกาสลงสนามแก่เขา จนกลายเป็นมิตรภาพที่ดีเยี่ยมของทั้งคู่ในเวลาต่อมา

“โชคดีที่ในชีวิตการเล่นฟุตบอลของผมได้อยู่กับหลายๆ สโมสรฯ ที่ดีๆ ผมมาเล่นกับราชบุรี จากนั้นก็เป็นกาญจบุรี ที่ติดต่อเข้ามา ที่นี่ผมเริ่มรับเงินเดือนแรกที่ 7,000 บาท จากนั้นก็มีโอกาสย้ายไปเล่นที่ราชนาวี ระยอง, มาบตาพุด นาวิกโยธิน จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับราชบุรีอีกครั้ง ก่อนจะย้ายมาที่เพชรบุรี, นครนายก เอฟซี และพัทยา ซิตี้ ในปีที่ผ่านมา”

อิริค ฟอนแซม กับ ธนบูรณ์ คณะโต ที่รวมงานกันมาอย่างยาวนาน 

“กับโค้ชเบื้อก ที่เราคบหากัน มันเป็นมิตรภาพมากกว่า เขารู้ว่าเรามีความเป็นมืออาชีพ เราทุ่มเทเสมอทั้งการซ้อมการเล่น ทำให้เขารักเราเหมือนลูกศิษย์คนหนึ่ง จนเมื่อเขาย้ายไปทำสมุทรปราการ ยูไนเต็ด ก็ดึงเอาเราไปด้วย โค้ชเบื้อกเขาเป็นคนดี เข้าใจเราดี ทำให้เราได้มีโอกาสร่วมงานกันถึง 4 ครั้งด้วยกัน”

ในฐานะที่เขาเติบโตมาพร้อมๆ กับฟุตบอลลีกไทยยุคใหม่ เขายังเปิดมุมมองที่มีต่อลีกฟุตบอลในไทย อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะมุมมองต่อแข้งต่างชาติในลีกไทย พร้อมชื่นชมผู้รักษาประตูคนไทยมีการพัฒนาขึ้นจนปัจจุบันแทบหาตำแหน่งผู้รักษาประตูที่เป็นชาวต่างชาติไม่ได้แล้ว

“ทุกวันนี้กับสมัยก่อนต่างกันมาก สมัยก่อนต่างชาติที่เล่นในไทยไม่มากเท่านี้ แต่แทบทุกคนก็มีทีมเล่น ไม่ใช่แบบทุกวันนี้ที่หลายๆ คนไม่มีทีมเล่น เพราะการเข้ามาที่มากเกินไป อีกอย่างมันไม่ใช่ว่ามีแต่แอฟริกา มันมีทั้งยุโรป มีทั้งอเมริกาใต้ เข้ามา แต่อย่างไรก็ตามผู้เล่นจากแอฟริกาก็ยังอยู่ในตลาด เพราะสภาพร่างกาย ความแข็งแกร่งต่างๆ อีกทั้งพวกเราปรับตัวง่าย และไม่เรื่องมาก เห็นจากหลายๆ ทีมในยุโรปก็ยังมีการปั้นเด็กแอฟริกากันอยู่ทุกวันนี้”

“ทุกวันนี้ประเทศไทยมีการกำหนดโควตาต่างชาติ ทำให้โอกาสที่ประตูต่างชาติจะลงตัวจริงมีน้อยลง เพราะเขาเลือกเอาโควตานั้นให้กองหน้า กองกลาง หมดแล้ว สมัยก่อนโอกาสมันเปิดกว้างกว่านี้ เพราะผู้รักษาประตูคนไทยยังไม่มีการพัฒนามากนัก แต่ทุกวันนี้มีสำรองที่ยังรอขึ้นชั้นมาเยอะ ทำให้โอกาสของประตูต่างชาติ ในลีกไทย ลดน้อยลง เพราะด้วยพัฒนาของประตูคนไทยที่มีมากขึ้น ทุกคนก็ต้องการโอกาสลงสนาม แน่นอนว่าในเกมหนึ่งประตูลงได้คนเดียว และคนที่ถูกเลือกย่อมเป็นคนไทยก่อนเสมอ ซึ่งตรงนี้ผมเองก็เข้าใจดี”

รับหน้าที่โค้ชผู้รักษาประตูในถิ่นสมุทรปราการเอฟซี

อิริค ที่เริ่มปรับตัวจากผู้รักษาประตู เป็นโค้ชผู้รักษาประตู ไล่ตั้งแต่ พัทยา ซิตี้ และสมุทรปราการเอฟซี พร้อมย้ำตนมีความสุขที่ได้ช่วยทำให้เด็กไทยรุ่นใหม่ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูที่ดี โดยเวลานี้เขาก็ทำการฝึกซ้อมผู้รักษาประตู “ป้อมปราการ” อย่างหนัก เพื่อเค้นศักยภาพของพวกเขาให้ออกมามากที่สุด

“แต่ทั้งนี้ผมเองก็พร้อมปรับบทบาทนะ ทุกวันนี้ผมยินดีที่ได้ช่วยเทรนด์ ช่วยสอนประตูรุ่นใหม่ๆ และหวังว่าอีก 4-5 ปี ข้างหน้าเด็กที่เราปั้นขึ้นมา ได้ก้าวขึ้นมามีอนาคตที่ดี ผมก็โอเคมีความสุขแล้ว ทุกวันนี้กลับจากการซ้อมเราก็จะไปทำการบ้านต่อว่าประตูเรามีปัญหาอะไร ยังต้องปรับตรงไหน แล้วเขาติดอะไร เราต้องพยายามทำให้เขาดีขึ้น”

“การเข้ามาอยู่ในประเทศไทยบอกเลยว่าเป็นประเทศที่ผมอยู่แล้วมีความสุขที่สุด เพราะว่าแต่ละประเทศที่ผมอยู่มา ไม่มีที่ไหนมาสนใจคุณเหมือนที่นี่ ต่างคนต่างอยู่ ซ้อมเสร็จก็แยกย้าย แทบไม่มีใครคุยกันเลย ก็มีบ้างที่เพื่อนๆ ถามผมบ่อยๆ ว่าทำไมคุณมาเล่นที่ไทย ทั้งที่สมัยก่อนนั้นคุณดังที่สุดในรุ่น แต่ก็นั่นหล่ะครับก็ชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน ผมก็มีความสุขกับสิ่งที่ผมเลือกเอง”

อิริค ฟอนแซม รับประเทศไทยเป็นประเทศที่เยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่ออกจากบ้านเกิด 

“ผมอยากอยู่ที่ไทยตลอดไป ผมคิดว่าผมอยู่ที่นี่แล้วมีความสุขที่สุด ผมอยู่ที่ไทยนานที่สุด และหวังว่าจะได้อยู่ที่นี่อีกนานๆ”

และนี่คือเรื่องราวของของคนล่าฝันที่ชื่อ อิริค ฟอนแซม ที่แม้วันนี้บทบาทหน้าปากประตูจะลดน้อยถอยลงไป ตามกาลเวลา แต่เขาก็พร้อมนำประสบการณ์ที่เขาเก็บเกี่ยวมาตลอดการเดินทาง มาสอนผู้รักษาประตูรุ่นใหม่ๆ ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูที่ดีในอนาคต
 

Official Sponsors

สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ 26/1 ถ.เทศบาล 12 ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0115556013411

Samutprakan Football Club 26/1, Thetsaban 12 Rd, Paknam, Mueang Samutprakan, Samutprakan 10270 Thailand
Tel/Fax 02 702 9840 / 086 0610 666, 086 366 9191, 086 520 6602, 081 5566 111

Email admin@samutprakanfc.com GPS 13.59717, 100.60145

กลับสู่ด้านบนBack to the TopTerms of Service & Privacy PolicyColophon