Last Match
Thai League 4
1 : 1
สมุทรปราการ vs SCG เมืองทอง B
16.00 น. Sunday 19/5/2019
สมุทรปราการ สเตเดียม
Next Match
Thai League 4
vs
สมุทรปราการ vs รังสิต ยูไนเต็ด
16.00 น. Sunday 02/6/2019
สมุทรปราการ สเตเดียม

Samutprakan FC on Instagram

ฟอร์มการเล่น 2019

“มร.ป้อมปราการ” พงษ์สิริ ยะกัณฐะ

28/3/2017

จากเด็กหนุ่มอนาคตไกล ... ชีวิตพลิกผันจากการหนีแคมป์สโมสรไทยลีกไปเตะบอลเดินสายจนเจ็บหนัก กลับมาสู้อีกครั้งจนได้ "โอกาส" รับใช้ทีมชาติไทย .... และนี่คือเรื่องราวของ “มร.ป้อมปราการ” พงษ์สิริ ยะกัณฐะ ตำนานหมายเลข 6 แห่งทัพฟ้า-ขาว

 

ลูกคนสุดท้อง ท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น มีพี่น้องร่วมกัน 4 คน โดยมีคุณพ่อสมนึก ยะกัณฐะ ที่พื้นเพเป็นชาวนครศรีธรรมราช ส่วนคุณแม่บุญช่วย ยะกัณฐะ ชาวนครนายก มาสร้างครอบครัวที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของตำนานนักเตะ หัวใจ ฟ้า-ขาว พงษ์สิริ ยะกัณฐะ

“ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณพ่อสมนึก และคุณแม่บุญช่วย ยะกัณฐะ ต้องขอบคุณท่านทั้งสองที่ไม่ได้ปิดกั้นการเล่นฟุตบอล จนทำให้ได้มาเจอสิ่งดีๆ โอกาสดีๆ มากมายในชีวิตหลายอย่าง” เขาเกริ่นนำด้วยการระลึกถึงบุญคุณของบุพการี

ด้วยชีวิตในวัยเด็กเราไม่ได้ร่ำรวยนัก ความที่ไม่มีตรงนี้ทำให้เราต่อสู้มาจนมีทุกวันนี้ แน่นอนว่าฟุตบอลคือใบเบิกทางสำคัญในชีวิต เด็กหนุ่มที่เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่จำความได้ โดยมีพี่ชายคนโต พุฒิพล ยะกัณฐะ อดีตนักฟุตบอลและโค้ชทีมนครนายก เอฟซี ที่เป็นแรงบันดาลใจ และปูพื้นฐานให้กับเขา เช่นกันกับพี่คนที่สาม สกุลภณ ยะกัณฐะ ที่เป็นคนนำพาสู่เส้นทางลูกหนัง

“บังเอิญว่าพี่หมีมีเพื่อนเป็นนักฟุตบอลที่นี่ คือ อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่เป็นคนพระประแดงด้วยกัน ที่ไปสร้างชื่อไว้ก่อน ซึ่งเวลานั้นเรายังเด็กมากไม่รู้เรื่องราวอะไร พี่หมีเห็นว่าเรามีฝีเท้าดีเลยบอกให้ไปคัดตัวที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นมหาอำนาจลูกหนังขาสั้นในสมัยนั้น"

เด็กหนุ่มที่ตัดสินใจออกล่าฝันนั่งรถเมล์ไปกับพี่ชายเพื่อคัดตัว และด้วยชั้นเชิงลูกหนังที่หาตัวจับยากเขาผ่านการคัดตัวลำดับต้นๆ ในรุ่นนั้น โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง เคย์ ลังกาวงษ์ ศราวุธ เขยนอก ที่ร่วมกันพาทีมชุด 12 ปี คว้าแชมป์กรมพละ และแชมป์ กทม. ซึ่งเป็นใบเบิกทางสู่เส้นทางลูกหนัง และโอกาสในการศึกษาในเวลาต่อๆ มา

เขาถูกดึงตัวเข้ามาศึกษาต่อที่ โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่นี้เขามีเพื่อนร่วมรุ่นอนาคตอย่าง อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ทนงศักดิ์ ประจักกะตา,อภิภู สุนทรพนาเวศ ฯลฯ ซึ่งในห้วงเวลานั้นเซนเตอร์มาดเข้มรายนี้ถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และแน่นอนว่าฟอร์มการเล่นไปเตะตา พยงค์ ขุนเณร โค้ชเยาวชนของสโมสรฟุตบอลตลาดหลักทรัพย์ ในเวลานั้น โดยได้ถูกดึงตัวไปเล่นด้วย ที่นี่เขาได้ลงแข่งขันในรายการ ฟุตบอลเยาวชนพานาโซนิค คัพ ที่สร้างผลงานทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ

ฟอร์มการเล่นของเซนเตอร์รายนี้ไปเตะตา อ.ประพันธ์ เปรมศรี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่ทำหน้าที่โค้ชใหญ่ของ มศว. และ อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ขงเบ้งลูกหนังเมืองไทย เฮดโค้ชชุดใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์ ที่ชื่นชอบในฝีเท้าของเซนเตอร์หนุ่มที่ขณะนั้นอายุเพียง 18 ปี ถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้กับสโมสรฟุตบอลตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับ นิรุจน์ สุระเสียง, วุฒิญา หยองเอ่น, ชมนันท์ สุขเกษม และ ศราวุธ เขยนอก

อย่างไรก็ตามการก้าวขึ้นไปเล่นทีมใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อยของ พงษ์สิริ ยะกัณฐะ ไม่ได้ราบรื่นนัก ด้วยตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ เป็นตำแหน่งที่ชี้เป็นชี้ตาย และต้องอาศัยประสบการณ์ที่สูงทำให้โอกาสในการลงสนามน้อยกว่าใครๆ เมื่อเขาไม่อาจเบียดแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงจาก ธร สอระภูมิ,พัทยา เปี่ยมคุ้ม,นันทวัฒน์ ทองมาลีวรรณ์ ฯลฯ

ทำให้หนุ่มอนาคตไกลรายนี้น้อยใจในโชคชะตา เขาด่วนตัดสินใจออกจากแคมป์ ไปเตะฟุตบอลเดินสายแถวๆ บ้าน รายการสมุทรปราการคัพ และนั่นคือจุดหักเหที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะเขาประสบปัญหาเจ็บหนักพักยาว 8 เดือน อีกทั้งในระหว่างนั้นทาง สโมสรฟุตบอลตลาดหลักทรัพย์ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านโดยขายสิทธิ์ให้กับกรุงเทพมหานคร ทำให้เด็กหนุ่มคนนี้หลุดจากทีมไปโดยปริยาย

เขาเล่าถึงช่วงชีวิตที่เปลี่ยนอนาคตเขาไปตลอดกาลว่า “ตอนนั้นยอมรับตามตรงว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเรายังหนุ่ม เราแค่อยากได้โอกาส แต่กลับกลายเป็นว่าเราต้องมาบาดเจ็บหนักแทน”

แต่เพราะชีวิตไม่ได้มีเพียงถนนเส้นเดียวให้เลือกเดิน ยังมีทางอื่นๆ อีกมากมายรอให้เราก้าวไปหา ... และแน่นอนว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ

เช่นกันกับชีวิตของชายผู้นี้ ที่ดูจะกลับมามีอนาคตสดใสอีกครั้ง หลังหายจากอาการบาดเจ็บเขากลับมาเล่นฟุตบอลกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และได้มีโอกาสร่วมงานกับ “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ ที่ จ.แพร่ ในรายการโปรวิลเชียลลีก จากการชักชวนจากเพื่อนซี้ในวัยเด็ก เบญจพล คล้อยเอี่ยม และหลังจากจบงานที่แพร่ เขาได้รับสายตรงจากกุนซือคู่บุญให้ไปร่วมสโมสรองค์การโทรศัพท์ (ชื่อในขณะนั้นก่อนมาเป็นทีม TOT) และที่นี่เขาเป็นหนึ่งในแกนหลักพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ร่วมกับ ปฏิภาณ เพชรพูล, สุเชาว์ นุชนุ่ม เบญจพล คล้อยเอี่ยม ฯลฯ เพื่อนร่วมทีม

พงษ์สิริ ยะกัณฐะ ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตแก่นักฟุตบอลคนหนึ่งที่ไม่เคยผ่านแม้การติดทีมเยาวชนทีมชาติ ก็ได้ก้าวไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่อย่างไม่คาดฝัน เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการพิเศษ อะกรีแบงก์คัพ ที่ประเทศเวียดนาม ในปี 2004

โดยเขาย้อนความหลังเมื่อคราวที่ได้โอกาสรับใช้ชาติว่า “จำได้ว่าเวลานั้นทีมชาติไทยถูกสมาคมฟุตบอลเวียดนามเชิญไปร่วมแข่งขัน ร่วมกับโปรตุเกส ที่ส่งทีมปอร์โต ชุดบี, บราซิล ที่ส่งทีมซานตาครูส และทีมชาติเวียดนามชุดใหญ่ ส่วนทีมชาติไทย ก็ได้มอบหมายให้ทางทีมองค์การโทรศัพท์เป็นคนจัดการส่งทีมไปรวมแข่งขันในนามตัวแทนทีมชาติไทย ชุดนั้นก็มีตัวดังๆ อย่าง สุรชัย จิระศิริโชติ, อนุรักษ์ ศรีเกิด, ปฏิภาณ เพชรพูล สุเชาว์ นุชนุ่ม ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นประสบการณ์สุดพิเศษก็ว่าได้”

จากนั้นด้วยสภาพร่างกายที่โรยราลงในเวลาต่อมา ประกอบกับการแข่งขันภายในทีมสูงขึ้น ก็เป็น “โค้ชป๋อง” ชยพล คชสาร อดีตนักเตะองค์การโทรศัพท์ ขอตัวไปช่วยทีมฉะเชิงเทรา

ในเวลาต่อมา โดยก็ได้รับโอกาสในการทำงานที่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ และได้รับการชักชวนจาก “ป๋าแหยม” วันชัย แหยมสลัม ไปร่วมทีมเทศบาลนครสมุทรปราการ ที่ทำให้เขากลับมาเตะฟุตบอลอย่างจริงๆ จังๆ อีกครั้ง

และที่นี่เองที่ทำให้เขาได้มาพบบุคคลสำคัญในชีวิตอีกคนหนึ่งนั่นคือ พีรพัฒน์ ถานิตย์ ที่นี่เขาคือรากฐานสำคัญของทีม ตั้งแต่การก้าวข้ามจาก เทศบาลนครฯ สู่สโมสรฟุตบอลอาชีพในชื่อ สมุทรปราการเอฟซี เขาเป็นตั้งแต่นักเตะคนสำคัญ, กัปตัน, ผู้ฝึกสอน, หัวหน้าผู้ฝึกสอน, ไอคอน และคงจะไม่เกินไปนักกับคำว่า “ตำนาน” ของทีม

และแม้สโมสรฯ จะต้องผ่านช่วงที่ยากลำบากแค่ไหน ก็จะเห็น “เดอะดั๊ก” เป็นเพียงไม่กี่คน ที่พร้อมอยู่สู้เคียงบ่า เคียงไหล่ ไม่หนีไปไหน ... ตราบจนปัจจุบัน ผ่านมา 9 ปี ที่เขาผ่านมาแทบทุกบทบาทหน้าที่ภายในรั้วฟ้า-ขาวแห่งนี้ และคงจะไม่เกินไปนักที่จะนิยามความเป็นตัวตนของเขาด้วยคำว่า “มิสเตอร์ป้อมปราการ” ที่คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้แน่ที่ใครจะมาหาญกล้าก้าวมาเทียบเคียงกับตำนานหมายเลข 6 หนึ่งเดียวคนนี้

ขอบคุณภาพ Mauseng Benhawae

Official Sponsors

สโมสรฟุตบอลจังหวัดสมุทรปราการ 26/1 ถ.เทศบาล 12 ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0115556013411

Samutprakan Football Club 26/1, Thetsaban 12 Rd, Paknam, Mueang Samutprakan, Samutprakan 10270 Thailand
Tel/Fax 02 702 9840 / 086 0610 666, 086 366 9191, 086 520 6602, 081 5566 111

Email admin@samutprakanfc.com GPS 13.59717, 100.60145

กลับสู่ด้านบนBack to the TopTerms of Service & Privacy PolicyColophon